Archive for the 'Tip Dev' Category


กำหนดให้ iframe พื้นหลังโปร่งใส่

บันทึกโดย TaTump วันที่ 24 August 2009 | 436 views

ให้เพิ่ม allowtransparency=”true” ใน iframe ตามตัวอย่างด้านล่างจ้า

<iframe allowtransparency="true"  frameborder="0" src="http://example.com/iframe.php"></iframe>

แก้ไขไฟล์ hosts เพื่อเข้าเว็บโดยตรง เมื่อ DNS ยังไม่ Update

บันทึกโดย TaTump วันที่ 21 May 2009 | 346 views

 หลายครั้งที่สร้าง Domain ใหม่หรือเปลี่ยนชื่อ Domain แล้วลูกค้าไม่สามารถเข้าเว็บได้เพราะ DNS ของ internet ที่ลูกค้าใช้อยู่นั้น Update ช้า  สำหรับใครที่เจอปัญหานี้แนะนำให้ช้วิธี แก้ไขไฟล์ hosts โดยให้เข้าไปที่

C:\WINDOWS\system32\drivers\etc

จากนั้นมองหาไฟล์ที่ชื่อ hosts ให้เปิดด้วย notepad ก็ได้ครับ เมื่อเปิดมาก็ให้เพิ่ม IP Address ของเว็บ เคาะเว้นวรรคแล้วตามด้วยชื่อเว็บ จากนั้นก็ Save เป็นอันเสร็จพิธี ตัวอย่างด้านล่างเช่น เป็นการเพิ่มชื่อเว็บ www.memo8.com ชี้มา IP 61.19.251.193 จะมีหน้าตาประมาณนี้

# Copyright (c) 1993-1999 Microsoft Corp.
#
# This is a sample HOSTS file used by Microsoft TCP/IP for Windows.
#
# This file contains the mappings of IP addresses to host names. Each
# entry should be kept on an individual line. The IP address should
# be placed in the first column followed by the corresponding host name.
# The IP address and the host name should be separated by at least one
# space.
#
# Additionally, comments (such as these) may be inserted on individual
# lines or following the machine name denoted by a '#' symbol.
#
# For example:
#
#      102.54.94.97     rhino.acme.com          # source server
#       38.25.63.10     x.acme.com              # x client host

127.0.0.1       localhost

61.19.251.193 www.memo8.com

และนี่ก็คือการบอกเครื่องของเราว่าชื่อเว็บนี้ชี้ไปที่ IP นี้นะ พอเราเริ่มพิมพ์ชื่อเว็บเคาะ enter ป๊าบมันก็จะมาอ่านที่ไฟล์ host นี้ก่อนพอมันเห็น IP ที่บรรทัดเดียวกับชื่อเว็บปุ๊บมันก็วิ่งไปหา IP นั้นเลยโดยที่ไม่ต้องไปถาม DNS Server อีกแถมเร็วอีกตะหาก (ประมาณว่ารู้ทางไปแล้วโว้ย ไม่ง้อ DNS Server 555+)

ติดตั้ง IIS ไม่ได้ เพราะหาไฟล์ staxmem.dl_ ไม่เจอ

บันทึกโดย TaTump วันที่ 30 June 2008 | 364 views

ไม่ไ้ด้ติดตั้ง IIS มานานมาก พอมาติดตั้งกะไว้เขียน ASP.NET ก็เจอปัญหาตามหัวข้อ อะไรวะเนี่ย  Windows Pack2 เอากรุอีกแล้ว T_T ฮือ… เลยไปเจอวิธีแก้ไขจากเว็บ  Support ของ microsoft โดยเป็น command prompt ซ่อมแซม Database Utility ที่มีปัญหา แต่ถ้าอยากรู้ละเอียดกว่านี้ก็แปลเอาเองละกันเด้อ ผมก็มีปัญญามั่วแค่นี้แหล่ะเหอๆ แต่ได้ผล วิธีการดังนี้จ่ะ

1. คลิก Start Menu >> Run >> พิมพ์ cmd
2. ให้พิมพ์คำสั่งตามด้านล่างนี้ แล้วเคาะ Enter

esentutl /p %windir%\security\database\secedit.sdb

3. จะมีหน้าต่าง warningขึ้นมาให้กดปุ่ม OK
4. จากนั้นรอจนกว่าระบบจะ “Repair” เสร็จ

“ทีนี้ลองกลับไปติดตั้ง IIS ใหม่อีกครั้งครับ น่าจะได้แล้วล่ะ”

ที่มา : http://support.microsoft.com/kb/555268

วิธีแสดง Hidden Files ใน WS_FTP , CuteFTP และ FileZilla

บันทึกโดย TaTump วันที่ 14 June 2008 | 170 views

บางครั้งเราต้องการจัดการกับไฟล์ .htaccess หรือ .htpasswd
แต่พอupload ผ่าน FTP กับมองไม่เห็นไฟล์ดังกล่าว
เพราะServer อย่าง Linux หรือ Unix จะเซ็ตให้ไฟล์ ที่มี(.)นำหน้า เป็น system file
และ ซ่อนไฟล์นั้น และนี่ก็คือการเซ็ต FTP Client ให้แสดงไฟล์ที่ซ่อนเหล่านั้น

WS_FTP

  • Open WS_FTP
  • Click Connect
  • Select the site you wish to modify and right-click on the site
    name
  • Click Properties
  • Select the Startup tab
  • Enter -a in the Remote File Mask box
  • Click OK to confirm the changes
  • CuteFTP

  • Open CuteFTP
  • Click the Site Manager tab
  • Select the site you wish to modify
  • Select File, then Properties (when in CuteFTP Professional)
  • Select the Actions tab
  • Click the Filter button
  • Check the Enable Remote Filters check box
  • Check the Enable server side filtering check box
  • Enter -a in the Remote field
  • Click OK
  • FileZilla ( อันนี้ขอแยกเป็นเวอร์ชั่น)

    เลือกเมนู Server > Force showing hidden files สำหรับเวอร์ชั่นใหม๋ๆ
    เลือกเมนู View > View hidden files สำหรับเวอร์ชั่นเก่า

    Ref: http://www.tech-evangelist.com/category/web-site-development/

    Fix PNG Transparent on IE แบบตรงๆ

    บันทึกโดย TaTump วันที่ 23 May 2008 | 498 views

    จะว่าไปมี script หรือcss ที่ include แล้วใช้งานง่ายดูตามลิงค์ด้านล่าง

    http://jquery.khurshid.com/ifixpng.php

    http://koivi.com/ie-png-transparency/

    http://www.komodomedia.com/blog/2007/11/css-png-image-fix-for-ie/

    แต่บางงาน โค้ด javascript ไปตีกับ fix-png ที่เรา include มาใส่ (โอกาสน้อย ยกเว้นซวยอย่างผม T_T…)

    ก็เลยจำเป็นต้อง fix แบบรูปต่อรูปตามโค้ดด้านล่างเด้อ

    <span style="width:247;height:216px;display:inline-block;filter:progid:DXImageTransform.Microsoft.AlphaImageLoader(src='test.png');">
    
    <img style="filter:progid:DXImageTransform.Microsoft.Alpha(opacity=0);" src="test.png" width="247" height="216" border="0" >
    
    </span>

    จากโค้ดจะมี แท็ก span ครอบ แท็ก img อีกที และมีการกำหนด Attributes ต่างๆ อาจจะยาว แต่จุดหลักที่ต้องกำหนดนั่นก็คือ

    width,height และ พาธรูป ซึ่งต้องกำหนดทั้ง แท็ก span และแท็ก img ให้ตรงกัน

    ตย. http://www.memo8.com/lab/css/png/fix-png1.html

    date_default_timezone_set(”Asia/Bangkok”);

    บันทึกโดย TaTump วันที่ 21 May 2008 | 510 views

    จู่ๆ โปรแกรมที่ข้าเจ้าเขียนก็มี ข้อความเตือนประมาณนี้ ลักษณะเหมือนไม่ได้ Set timezone(เวลาในพื้นที่) หรือใครไป config อะไำรสักอย่าง แต่ก่อนไม่มี เดี๋ยวนี้มีเป็นของตัวเอง “เฮ้ยยยยอารายเนี่ย….T_T”

    Strict Standards: phpinfo() [function.phpinfo]: It is not safe to rely on the system’s timezone settings. Please use the date.timezone setting, the TZ environment variable or the date_default_timezone_set() function. In case you used any of those methods and you are still getting this warning, you most likely misspelled the timezone identifier. We selected ‘Asia/Bangkok’ for ‘ICT/7.0/no DST’ instead

    เอาล่ะมาดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น phpinfo เปิดดูหน่อย…

    date_default_timezone_set

    เมื่อรู้แล้วว่า “no value” ก็ เปิดไฟล์ php.ini แล้วหาคำว่า date.timezone และ set เป็น “Asia/Bangkok” เพราะเราคือคนไทย (หมายถึง server อยู่ที่ไทย)

    date.timezone = Asia/Bangkok

    อย่าลืม restart Apache เด้อ
    ปิ้ว…. ผมไม่มีสิทธิ์แก้ไฟล์ php.ini อ่ะ เลยมีวิธีที่สอง ก็พิมพ์คำสั่งนี้ไว้บนบรรทัดแรกของไฟล์ซะเลย

    date_default_timezone_set("Asia/Bangkok");

    เรียบร้อย…ไปดูหนังต่อดีกว่า อุอุ…

    ตรวจสอบว่าเปิดการใช้งาน Javascript อยู่หรือไม่?

    บันทึกโดย TaTump วันที่ 8 March 2008 | 1,606 views

    สืบเนื่องจากบทความ เปิด JavaScript ได้อย่างไร? นั่นสิแล้ว User จะรู้ได้ไงวะว่า กุต้องเปิด Javascript เราก็เลยต้องตั้งแจ้งเตือนไว้ที่หน้าเว็บเลย ดู script ตัวอย่าง

    html

    <noscript>
    Browser ของคุณยังไม่ได้เปิด Javascript
    </noscript>

    เอาไปดัดแปลงต่อกันเอาเองนะ ^_^

    Simulate WAP browsing ด้วย wmlbrowser 0.7.13 (Firefox Add-ons)

    บันทึกโดย TaTump วันที่ 24 February 2008 | 174 views

    Wap ก็ ไม่ได้ต่างอะไรกับเว็บหรอกครับ เพียงแต่จากที่มันรันบนคอมฯก็ไปรันบนมือถือนั่นเอง และสิ่งที่ต่างอีกนิดนึงก็คือ ใช้ WML ในการควบคุมการแสดงผลแทน HTML (คำสั่ง WML คล้ายๆ HTML นะครับ สนใจลองศึกษาดูไม่ยากๆ) ดังนั้นหากอ่านบน browser ปกติจะไม่แสดงผลลัพท์ แน่นอนครับว่าโปรแกรม Simulate WAP อื่นๆที่นิยมกันก็มี (ตรงนี้ไปหาเอาเองละกัน…อุอุ) แต่ที่จะแนะนำ็คือ Firefox Add-ons wmlbrowser 0.7.13 ซึ่งไว้จำลองผลลัพท์ู wml ผ่านทาง Firefox ก็ลองดาวน์โหลด ไปใช้กันดูนะครับ

    download : https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/62

    อยากรู้ว่าอีก 2 เดือนหน้า เป็นวันเดือนปีอะไร จะทำไงหว่า…?

    บันทึกโดย TaTump วันที่ 24 February 2008 | 256 views

    สืบเนื่องมาจากต้องเขียนระบบหมดอายุสินค้าอัตโนมัติ ประมาณว่าถ้าขึ้นไปแล้วอีก 2 เดือนให้เอาสินค้าลงไม่ต้องแสดงน่ะนะ เอาล่ะแล้วเราจะรู้ว่าได้ไงว่ามันครบสองเดือนแล้ว ขั้นแรกคือ เราต้องหาให้ได้ก่อนว่า 2 เดือนข้างหน้ามันคือ วันเดือนปีอะไร

    ขอติ๊ต่างว่าวันที่สินค้าเป็น 2008-12-15 นะ ดังนั้นล่วงหน้า 2 เดือน คือ 2009-02-15

    มาดูโค้ดกันเลย

    $DateStart=date("2008-12-15");//- 1. แปลงวันที่ให้เป็น timestamp ก่อน เพื่อเอามาคำนวณ วันเวลาล่วงหน้าได้
    
    $strtime = strtotime($DateStart);
    
    //- 2. คำนวณ วันเวลาล่วงหน้าได้ ด้วยการ บวกเดือนเพิ่มอีก 2 เดือน
    
    $caltime=strtotime("+2 Month",$strtime);
    
    //- 3. จากค่าด้านบนยังคงเป็นtimestamp อยู่ดังนั้นนต้องแปลงย้อนกลับไปเป็นวันที่ปกติี่
    
    $ResultDate=date("Y-m-d", $caltime);
    
    //- Result
    
    echo "วันที่ล่วงหน้า 2 เดือนคือ:". $ResultDate;

    อ่ะฮ่า!!! ทีนี้เราก็จะได้ผลลัพท์วันที่ล่วงหน้าแล้ว  ส่วนเงื่อนไขการตรวจสอบข้อมูลก็ ใช้ SQL เช็คกันต่อไปนะจ๊ะ หรือจะเทคนิคใครเทคมันแล้วกันนะ

    โค้ดด้านบนนี้เราสามารถเอาไปดัดแปลง เป็นดูเวลาย้อนหลัง หรือจะเพิ่มเป็นหลักปีก็ได้นะครับ ลองไปศึกษา PHP-Manual เพิ่มเติมดู ไม่ยากอย่างที่คิด

    วิธี Set editplus ให้ compile php

    บันทึกโดย TaTump วันที่ 26 January 2008 | 865 views

    จริงๆ วิธีนี้สามารถใช้ได้หลายภาษา เช่น JAVA หรือจะเอาทำเป็น shotcut Key ก็ได้นะครับ เอาล่ะเริ่มกันเลยดีกว่า

    1. ไปที่ Toosl -> Configure User Tools …
    2. Click ที่ปุ่ม Group Name… ครับ เราจะเปลี่ยนชื่อ “Group 1″ ให้เป็น PHP พอมันขึ้นหน้าต่าง Rename User Tool Group คุณก็ใส่คำว่า PHP ลงไปแล้ว Click ที่ Ok
    3. Click ที่ปุ่ม Add Tool >> Program
    4. จะ Add php.exe ให้คุณใส่ชื่ออะไรก็ได้ครับ ลงในช่อง Menu Text: จากนั้นที่ช่อง Command ให้ Click ที่ปุ่ม … ครับ เพื่อ Browser ไปยังที่อยู่ของ php.exe
    5. จากนั้นมาดูที่ Argument: ให้คุณ click ที่ปุ่มลูกศรลงครับ มันจะมีตัวแปรให้เลือก ให้คุณเลือกเป็น File Name เท่านี้แหละครับ
    6. ช่อง Initial directory ไป click ที่ปุ่มลูกศรลง แล้วเลือก File Directory จากนั้นคุณ Click ที่ [ ] Capture output ครับ เพื่อให้มันส่งผลของการ compile มาแสดงใน EditPlus ด้วย แล้วก็ Click Apply ครับผม

    “เสร็จแล้วลองดูที่เมนู Toosl จะมี submenu เพิ่มมาชื่อว่า PHP ที่เราตั้งไว้ ใช้งานโดยกดที่ submenu PHP เลย หรือกด Ctrl+1″

    ref : http://tatump.10thingsabout.com/blog/?p=80