กำหนดให้ iframe พื้นหลังโปร่งใส่
ให้เพิ่ม allowtransparency=”true” ใน iframe ตามตัวอย่างด้านล่างจ้า
<iframe allowtransparency="true" frameborder="0" src="http://example.com/iframe.php"></iframe>
ให้เพิ่ม allowtransparency=”true” ใน iframe ตามตัวอย่างด้านล่างจ้า
<iframe allowtransparency="true" frameborder="0" src="http://example.com/iframe.php"></iframe>
หลายครั้งที่สร้าง Domain ใหม่หรือเปลี่ยนชื่อ Domain แล้วลูกค้าไม่สามารถเข้าเว็บได้เพราะ DNS ของ internet ที่ลูกค้าใช้อยู่นั้น Update ช้า สำหรับใครที่เจอปัญหานี้แนะนำให้ช้วิธี แก้ไขไฟล์ hosts โดยให้เข้าไปที่
C:\WINDOWS\system32\drivers\etc
จากนั้นมองหาไฟล์ที่ชื่อ hosts ให้เปิดด้วย notepad ก็ได้ครับ เมื่อเปิดมาก็ให้เพิ่ม IP Address ของเว็บ เคาะเว้นวรรคแล้วตามด้วยชื่อเว็บ จากนั้นก็ Save เป็นอันเสร็จพิธี ตัวอย่างด้านล่างเช่น เป็นการเพิ่มชื่อเว็บ www.memo8.com ชี้มา IP 61.19.251.193 จะมีหน้าตาประมาณนี้
# Copyright (c) 1993-1999 Microsoft Corp. # # This is a sample HOSTS file used by Microsoft TCP/IP for Windows. # # This file contains the mappings of IP addresses to host names. Each # entry should be kept on an individual line. The IP address should # be placed in the first column followed by the corresponding host name. # The IP address and the host name should be separated by at least one # space. # # Additionally, comments (such as these) may be inserted on individual # lines or following the machine name denoted by a '#' symbol. # # For example: # # 102.54.94.97 rhino.acme.com # source server # 38.25.63.10 x.acme.com # x client host 127.0.0.1 localhost 61.19.251.193 www.memo8.com
และนี่ก็คือการบอกเครื่องของเราว่าชื่อเว็บนี้ชี้ไปที่ IP นี้นะ พอเราเริ่มพิมพ์ชื่อเว็บเคาะ enter ป๊าบมันก็จะมาอ่านที่ไฟล์ host นี้ก่อนพอมันเห็น IP ที่บรรทัดเดียวกับชื่อเว็บปุ๊บมันก็วิ่งไปหา IP นั้นเลยโดยที่ไม่ต้องไปถาม DNS Server อีกแถมเร็วอีกตะหาก (ประมาณว่ารู้ทางไปแล้วโว้ย ไม่ง้อ DNS Server 555+)
ไม่ไ้ด้ติดตั้ง IIS มานานมาก พอมาติดตั้งกะไว้เขียน ASP.NET ก็เจอปัญหาตามหัวข้อ อะไรวะเนี่ย Windows Pack2 เอากรุอีกแล้ว T_T ฮือ… เลยไปเจอวิธีแก้ไขจากเว็บ Support ของ microsoft โดยเป็น command prompt ซ่อมแซม Database Utility ที่มีปัญหา แต่ถ้าอยากรู้ละเอียดกว่านี้ก็แปลเอาเองละกันเด้อ ผมก็มีปัญญามั่วแค่นี้แหล่ะเหอๆ แต่ได้ผล วิธีการดังนี้จ่ะ
1. คลิก Start Menu >> Run >> พิมพ์ cmd
2. ให้พิมพ์คำสั่งตามด้านล่างนี้ แล้วเคาะ Enter
esentutl /p %windir%\security\database\secedit.sdb
3. จะมีหน้าต่าง warningขึ้นมาให้กดปุ่ม OK
4. จากนั้นรอจนกว่าระบบจะ “Repair” เสร็จ
“ทีนี้ลองกลับไปติดตั้ง IIS ใหม่อีกครั้งครับ น่าจะได้แล้วล่ะ”
บางครั้งเราต้องการจัดการกับไฟล์ .htaccess หรือ .htpasswd
แต่พอupload ผ่าน FTP กับมองไม่เห็นไฟล์ดังกล่าว
เพราะServer อย่าง Linux หรือ Unix จะเซ็ตให้ไฟล์ ที่มี(.)นำหน้า เป็น system file
และ ซ่อนไฟล์นั้น และนี่ก็คือการเซ็ต FTP Client ให้แสดงไฟล์ที่ซ่อนเหล่านั้น
WS_FTP
CuteFTP
FileZilla ( อันนี้ขอแยกเป็นเวอร์ชั่น)
เลือกเมนู Server > Force showing hidden files สำหรับเวอร์ชั่นใหม๋ๆ
เลือกเมนู View > View hidden files สำหรับเวอร์ชั่นเก่า
Ref: http://www.tech-evangelist.com/category/web-site-development/
จะว่าไปมี script หรือcss ที่ include แล้วใช้งานง่ายดูตามลิงค์ด้านล่าง
http://jquery.khurshid.com/ifixpng.php
http://koivi.com/ie-png-transparency/
http://www.komodomedia.com/blog/2007/11/css-png-image-fix-for-ie/
แต่บางงาน โค้ด javascript ไปตีกับ fix-png ที่เรา include มาใส่ (โอกาสน้อย ยกเว้นซวยอย่างผม T_T…)
ก็เลยจำเป็นต้อง fix แบบรูปต่อรูปตามโค้ดด้านล่างเด้อ
<span style="width:247;height:216px;display:inline-block;filter:progid:DXImageTransform.Microsoft.AlphaImageLoader(src='test.png');"> <img style="filter:progid:DXImageTransform.Microsoft.Alpha(opacity=0);" src="test.png" width="247" height="216" border="0" > </span>
จากโค้ดจะมี แท็ก span ครอบ แท็ก img อีกที และมีการกำหนด Attributes ต่างๆ อาจจะยาว แต่จุดหลักที่ต้องกำหนดนั่นก็คือ
width,height และ พาธรูป ซึ่งต้องกำหนดทั้ง แท็ก span และแท็ก img ให้ตรงกัน
จู่ๆ โปรแกรมที่ข้าเจ้าเขียนก็มี ข้อความเตือนประมาณนี้ ลักษณะเหมือนไม่ได้ Set timezone(เวลาในพื้นที่) หรือใครไป config อะไำรสักอย่าง แต่ก่อนไม่มี เดี๋ยวนี้มีเป็นของตัวเอง “เฮ้ยยยยอารายเนี่ย….T_T”
Strict Standards: phpinfo() [function.phpinfo]: It is not safe to rely on the system’s timezone settings. Please use the date.timezone setting, the TZ environment variable or the date_default_timezone_set() function. In case you used any of those methods and you are still getting this warning, you most likely misspelled the timezone identifier. We selected ‘Asia/Bangkok’ for ‘ICT/7.0/no DST’ instead
เอาล่ะมาดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น phpinfo เปิดดูหน่อย…
เมื่อรู้แล้วว่า “no value” ก็ เปิดไฟล์ php.ini แล้วหาคำว่า date.timezone และ set เป็น “Asia/Bangkok” เพราะเราคือคนไทย (หมายถึง server อยู่ที่ไทย)
date.timezone = Asia/Bangkok
อย่าลืม restart Apache เด้อ
ปิ้ว…. ผมไม่มีสิทธิ์แก้ไฟล์ php.ini อ่ะ เลยมีวิธีที่สอง ก็พิมพ์คำสั่งนี้ไว้บนบรรทัดแรกของไฟล์ซะเลย
date_default_timezone_set("Asia/Bangkok");
เรียบร้อย…ไปดูหนังต่อดีกว่า อุอุ…
สืบเนื่องจากบทความ เปิด JavaScript ได้อย่างไร? นั่นสิแล้ว User จะรู้ได้ไงวะว่า กุต้องเปิด Javascript เราก็เลยต้องตั้งแจ้งเตือนไว้ที่หน้าเว็บเลย ดู script ตัวอย่าง
html
<noscript> Browser ของคุณยังไม่ได้เปิด Javascript </noscript>
เอาไปดัดแปลงต่อกันเอาเองนะ ^_^
Wap ก็ ไม่ได้ต่างอะไรกับเว็บหรอกครับ เพียงแต่จากที่มันรันบนคอมฯก็ไปรันบนมือถือนั่นเอง และสิ่งที่ต่างอีกนิดนึงก็คือ ใช้ WML ในการควบคุมการแสดงผลแทน HTML (คำสั่ง WML คล้ายๆ HTML นะครับ สนใจลองศึกษาดูไม่ยากๆ) ดังนั้นหากอ่านบน browser ปกติจะไม่แสดงผลลัพท์ แน่นอนครับว่าโปรแกรม Simulate WAP อื่นๆที่นิยมกันก็มี (ตรงนี้ไปหาเอาเองละกัน…อุอุ) แต่ที่จะแนะนำ็คือ Firefox Add-ons wmlbrowser 0.7.13 ซึ่งไว้จำลองผลลัพท์ู wml ผ่านทาง Firefox ก็ลองดาวน์โหลด ไปใช้กันดูนะครับ
download : https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/62
สืบเนื่องมาจากต้องเขียนระบบหมดอายุสินค้าอัตโนมัติ ประมาณว่าถ้าขึ้นไปแล้วอีก 2 เดือนให้เอาสินค้าลงไม่ต้องแสดงน่ะนะ เอาล่ะแล้วเราจะรู้ว่าได้ไงว่ามันครบสองเดือนแล้ว ขั้นแรกคือ เราต้องหาให้ได้ก่อนว่า 2 เดือนข้างหน้ามันคือ วันเดือนปีอะไร
ขอติ๊ต่างว่าวันที่สินค้าเป็น 2008-12-15 นะ ดังนั้นล่วงหน้า 2 เดือน คือ 2009-02-15
มาดูโค้ดกันเลย
$DateStart=date("2008-12-15");//- 1. แปลงวันที่ให้เป็น timestamp ก่อน เพื่อเอามาคำนวณ วันเวลาล่วงหน้าได้
$strtime = strtotime($DateStart);
//- 2. คำนวณ วันเวลาล่วงหน้าได้ ด้วยการ บวกเดือนเพิ่มอีก 2 เดือน
$caltime=strtotime("+2 Month",$strtime);
//- 3. จากค่าด้านบนยังคงเป็นtimestamp อยู่ดังนั้นนต้องแปลงย้อนกลับไปเป็นวันที่ปกติี่
$ResultDate=date("Y-m-d", $caltime);
//- Result
echo "วันที่ล่วงหน้า 2 เดือนคือ:". $ResultDate;
อ่ะฮ่า!!! ทีนี้เราก็จะได้ผลลัพท์วันที่ล่วงหน้าแล้ว ส่วนเงื่อนไขการตรวจสอบข้อมูลก็ ใช้ SQL เช็คกันต่อไปนะจ๊ะ หรือจะเทคนิคใครเทคมันแล้วกันนะ
โค้ดด้านบนนี้เราสามารถเอาไปดัดแปลง เป็นดูเวลาย้อนหลัง หรือจะเพิ่มเป็นหลักปีก็ได้นะครับ ลองไปศึกษา PHP-Manual เพิ่มเติมดู ไม่ยากอย่างที่คิด
จริงๆ วิธีนี้สามารถใช้ได้หลายภาษา เช่น JAVA หรือจะเอาทำเป็น shotcut Key ก็ได้นะครับ เอาล่ะเริ่มกันเลยดีกว่า
“เสร็จแล้วลองดูที่เมนู Toosl จะมี submenu เพิ่มมาชื่อว่า PHP ที่เราตั้งไว้ ใช้งานโดยกดที่ submenu PHP เลย หรือกด Ctrl+1″