เว็บไซต์ในไทยส่วนใหญ่มักมี Facebook แฟนเพจ (Fanpage) กันอยู่แล้ว และหากเราอยากให้เว็บไซต์มีช่องทางสำหรับให้ผู้ใช้ติดต่อกลับมายังเจ้าของเว็บไซต์ ถ้าในเพจบ้านเราก็ "Inbox มาเลยนะค๊ะ!" พร้อมกับแปะลิงค์แฟนเพจ จะดีไหมถ้าเราทำปุ่มที่กดแล้วไปยังหน้าส่งข้อความพร้อมใส่ชื่อเพจเราพร้อมส่งเลย มาลองดูวิธีทำกันครับ

โดยปกติงานเว็บสิ่งสำคัญหลักเลยก็คือการออกแบบเว็บไซต์ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงก็คือเว็บดีไซต์เนอร์ (Web designer) วันนี้จะมากล่าวถึงเรื่อง "การออกแบบฟอร์มกรอกข้อมูล" ซึ่งคิดว่าหลายคนต้องเจอโดยปกติอยู่แล้ว

เว็บส่วนใหญ่มักจะมีการนับจำนวนผู้เข้าชม อาจจะใช้วิธีทำเป็นสถิติเลยว่าแต่วันมีผู้เข้าชมหน้านั้นเท่าไร เมื่อผู้ใช้กดเค้ามาหน้านั้นก็จะทำการบวกหนึ่งเพิ่มไปเรื่อยๆ

Laravel มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกการ validation ฟอร์มต่างๆให้เบื้องต้น เราไม่ต้องมานั่งเขียนตรวจสอบเองให้วุ่นวายเหมือนแต่ก่อน แต่ข้อความที่แสดงเริ่มต้นจะเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งหากเป็นเว็บไซต์ไทยก็อาจจะไม่เหมาะสมนัก ดังนั้นเรามาดูวิธีเปลี่ยนข้อความที่แสดงเมื่อกรอกฟอร์มไม่ตรงกับเงื่อนไขให้เป็นภาษาไทยกันครับ

วิธีการสำรอง (Backup) ฐานข้อมูล MySql  นั้นมีหลายแบบ อีกวิธีนึงที่ไม่ค่อยยุ่งยากมากนักคือสำรองเป็นไฟล์ .gz เพื่อบีบอัดไว้ไว้ใน Linux Server ของตัวเอง โดยให้สำรองข้อมูลทุกวันตามเวลาที่กำหนด และการตั้งชื่อไฟล์ก็อาจจะตั้งตามวันที่สำรองในวันนั้นเลยจะได้รู้ว่าเป็นของวันไหน

เนื่องด้วยต้องการเปลี่ยนจาก MySQL มาใช้ MariaDB เพราะค่อนข้างมีอนาคตที่สดใสกว่า และข้อดีต่างๆมากมายทั้งเรื่องความเร็ว และการทำงานที่ดีขึ้นแถมยังมี NoSQL อีกด้วย เอาละมาดูวิธีการติดตั้งกันเลยครับ

ปกติเวลาดูการงานทำงานของ CPU หรือ RAM ของ CentOS ผมมักจะใช้คำสั่ง Top ในการดู Process Monitoring  ที่กำลังทำงานอยู่ทั้งหมด แต่พอได้ลองใช้ Htop ก็รู้สึกว่าดูรายการการทำงานได้ง่ายขึ้น

บางครั้งผู้ใช้พิมพ์ชื่อเว็บมาแบบนี้ http://example.com/ แต่เราต้องการให้เว็บแสดง URL เต็มรูปแบบโดยมี www นำหน้าโดเมนเนม เช่น http://www.example.com/  ซึ่งผมจะนำ .htaccess มาช่วย  redirect  มีวิธีการดังนี้ครับ

เริ่มต้นสร้าง Laravel ครั้งแรกก็เจอปัญหา "Mcrypt PHP extension required" ทันทีเพราะว่า Laravel ต้องใช้ Mcrypt  ด้วย ซึ่งเครื่อง Mac ที่ใช้อยู่เป็น XAMPP และ Error จะประมาณด้านล่างนี้ครับ